ที่ดินไทย

ลงประกาศขายที่ดินยังไงให้ขายออก ไม่ใช่แค่มีคนเลื่อนผ่าน

อ่าน 15 นาทีadmin @teedinthailand.com
ทุ่งหญ้าโล่งกว้างมีรั้วลวดหนามปักเป็นแนวเขตยาวตลอดภาพ ถ่ายจากริมถนนลาดยางสายชนบทในประเทศไทย เห็นผิวถนนและเส้นจราจรสีเหลืองเต็มด้านล่างของภาพ

ลงประกาศขายที่ดินแล้วเงียบเป็นเดือน คนส่วนใหญ่สรุปว่าตลาดไม่ดี แต่ตัวเลขไม่ได้บอกแบบนั้น ดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 440.9 จุด เพิ่มขึ้น 6.2% จากปีก่อน REIC เงินยังเดินอยู่ในตลาดที่ดิน ปัญหาส่วนใหญ่จึงไม่ได้อยู่ที่ตลาด แต่อยู่ที่ตัวประกาศ

คนซื้อที่ดินคัดประกาศทิ้งเร็วมาก เพราะที่ดินเปล่าซื้อด้วยเงินสดเป็นหลัก เขาจึงอยากได้คำตอบสามข้อก่อนจะกดทัก คือ รถเข้าถึงไหม แปลงหน้าตายังไง และ ตารางวาละเท่าไหร่ ประกาศที่ตอบสามข้อนี้ไม่ได้ในรูปแรกกับสามบรรทัดแรก จะถูกเลื่อนผ่านโดยไม่มีใครบอกว่าทำไม

รูปหกใบที่ต้องมี ไม่ใช่รูปทุ่งหญ้าสวย ๆ ยี่สิบใบ

ประกาศที่ดินส่วนใหญ่มีรูปเยอะ แต่เป็นรูปเดียวกันซ้ำ ๆ คือทุ่งหญ้าโล่งถ่ายจากกลางแปลง สวยแต่ไม่ตอบคำถามอะไรเลย เพราะที่ดินเปล่าทุกแปลงในไทยหน้าตาเหมือนกันหมดเมื่อถ่ายจากมุมนั้น รูปที่ทำงานจริงมีหกใบ แต่ละใบตอบคำถามคนละข้อ

  • หน้ากว้างติดถนน — ยืนบนถนนถ่ายเข้าหาแปลง ให้เห็นว่าแนวที่ดินเริ่มตรงไหนจบตรงไหน นี่คือรูปปก ไม่ใช่รูปทุ่งหญ้า
  • ตัวถนนทางเข้า — หันหลังกลับ ถ่ายถนนที่เพิ่งขับเข้ามา ให้เห็นผิวถนนและความกว้าง ตอบให้ได้ว่ารถบรรทุกเข้าได้ไหม
  • หลักหมุดเขต — ถ่ายหมุดจริงอย่างน้อยสองมุม บอกคนซื้อว่าคุณรู้จริงว่าเขตอยู่ตรงไหน
  • มุมกว้างที่เห็นรูปร่างแปลง — ขึ้นที่สูงหรือใช้โดรน ให้เห็นว่าเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า สามเหลี่ยม หรือหน้าแคบลึก รูปร่างเปลี่ยนสิ่งที่สร้างได้ทั้งหมด
  • ระดับดินเทียบถนน — ถ่ายจากข้างถนนให้เห็นว่าแปลงสูงหรือต่ำกว่าผิวถนนแค่ไหน คนซื้อคิดค่าถมเป็นหลักแสนจากรูปนี้
  • สิ่งที่อยู่รอบแปลง — เสาไฟฟ้า แนวท่อประปา คลอง เพื่อนบ้าน โรงงาน ถ่ายมาให้หมด สิ่งที่คุณคิดว่าเป็นข้อเสีย บางทีคือสิ่งที่คนซื้อมองหา

สี่รูปที่คนข้ามบ่อยที่สุด คือสี่รูปที่คนซื้อตามหา

รูปที่หายไปจากประกาศบ่อยที่สุดคือรูปที่สองถึงห้า ตัวถนน หมุดเขต รูปร่างแปลง และระดับดิน ทั้งสี่รูปคือรูปที่ทำให้คนซื้อกล้าขับรถไปดูของจริง ถ้าไม่มี เขาต้องเสียครึ่งวันไปหาคำตอบเอง และส่วนใหญ่เลือกไปดูแปลงอื่นแทน

ถ้าประกาศของคุณมีรูปทุ่งหญ้ายี่สิบใบแต่ไม่มีรูปถนน คนซื้อจะสรุปเองว่าถนนมีปัญหา การไม่ถ่ายคือการยอมรับกลาย ๆ

อย่าใช้รูปเก่าเกินหนึ่งปี อย่าครอปเพื่อซ่อนสิ่งที่ไม่อยากให้เห็น และอย่าดันสีให้หญ้าเขียวเกินจริง คนซื้อที่ดินไปเห็นของจริงเสมอ และความรู้สึกว่าโดนหลอกในนาทีแรกที่เจอกัน คือจุดจบของการเจรจา

ถนนลูกรังสีแดงในชนบทจังหวัดสระแก้ว มีที่ดินโล่งและแปลงนาเปิดกว้างอยู่สองข้างทาง มีเสาไฟและธงปักอยู่ริมทาง
ถ่ายให้เห็นผิวถนนจริง คนซื้อจะประเมินได้เองว่าหน้าฝนรถกระบะเข้าได้ หรือต้องบวกค่าถมทางเข้าไปในราคาที่เสนอ · ภาพ: Adriaan Castermans / Panoramio via Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0) / CC BY-SA 3.0

เขียนเนื้อที่เป็น ไร่-งาน-วา ให้ตรงกับหลังโฉนด

หน่วยที่ดินไทยไม่ซับซ้อน แต่คนเขียนผิดกันทุกวัน และผิดครั้งเดียวราคาเพี้ยนได้ถึงสี่เท่า

  • 1 ไร่ = 4 งาน = 400 ตารางวา = 1,600 ตารางเมตร
  • 1 งาน = 100 ตารางวา = 400 ตารางเมตร
  • 1 ตารางวา = 4 ตารางเมตร

ที่ผิดบ่อยที่สุดคือสับสนระหว่างตารางวากับตารางเมตร ที่ดิน 200 ตารางวา กับ 200 ตารางเมตร ต่างกันสี่เท่าตัว เขียนผิดเมื่อไหร่ คนที่ทักเข้ามาคือคนที่กำลังคำนวณผิด

ที่ผิดรองลงมาคือปัดเศษทิ้ง สมมติเนื้อที่จริงหลังโฉนดคือ 2 ไร่ 1 งาน 45 ตารางวา เท่ากับ 945 ตารางวา แต่ประกาศเขียนว่า “ประมาณ 2 ไร่ครึ่ง” ซึ่งคือ 1,000 ตารางวา ส่วนต่าง 55 ตารางวา ในทำเลที่ตารางวาละ 20,000 บาท คือเงิน 1.1 ล้านบาท

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือลอกตัวเลขจากหลังโฉนดมาตรง ๆ อย่าปัด อย่าประมาณ แล้ววงเล็บหน่วยรวมต่อท้าย เช่น “2 ไร่ 1 งาน 45 ตารางวา (945 ตารางวา / 3,780 ตารางเมตร)” คนทำเกษตรคิดเป็นไร่ คนปลูกบ้านคิดเป็นตารางวา คนทำโกดังคิดเป็นตารางเมตร ให้ครบทั้งสามกลุ่ม

ไม่แน่ใจว่าตัวเลขบนกระดาษตรงกับแปลงจริงไหม ตรวจกับระบบLandsMaps ของกรมที่ดินด้วยเลขโฉนดและเลขระวางได้ฟรี ถ้าไม่ตรงกับที่จำไว้ ให้ตรวจกับสำนักงานที่ดินอีกครั้งก่อนลงประกาศ

ราคาต่อตารางวาต้องอยู่ในประกาศเสมอ

คนซื้อที่ดินไม่ได้เทียบราคาเป็นก้อน เขาเทียบเป็นตารางวา เพราะเป็นหน่วยเดียวที่เทียบข้ามแปลงข้ามขนาดได้ ประกาศที่บอกแค่ “ขาย 18 ล้าน” คือการบังคับให้คนซื้อหยิบเครื่องคิดเลขมาหารเอง และเขาไม่หาร

ลองคิดตาม ที่ดิน 3 ไร่ 2 งาน ราคา 18 ล้านบาท แปลงเป็นตารางวาได้ 1,400 ตารางวา หาร 18,000,000 ด้วย 1,400 จะได้ ตารางวาละ 12,857 บาท ตัวเลขนี้ต่างหากที่คนซื้อจำได้ และเอาไปเทียบกับแปลงข้างเคียงได้ทันที

เขียนทั้งสองตัวเลขไว้ ราคารวมและราคาต่อตารางวา แล้วบอกด้วยว่าราคานี้ต่อรองได้หรือไม่ คำว่าต่อรองได้เปิดประตูให้คนที่งบใกล้เคียงกล้าทัก แต่ถ้าคุณไม่ลดจริง อย่าเขียน เพราะเสียเวลาทั้งสองฝ่าย

อยากรู้ว่าตารางวาละเท่าไหร่ถึงจะไม่หลุดตลาด ให้เปิดประกาศขายที่ดินในระบบ กรองเฉพาะอำเภอเดียวกัน ดูสิบแปลงที่ใกล้ที่สุด แล้ววางราคาของคุณลงในช่วงนั้น ถ้าสูงกว่าทุกแปลงในรัศมีเดียวกัน ต้องเขียนเหตุผลไว้ในประกาศ เช่น ติดถนนลาดยางสองด้าน หรือถมแล้วเสมอถนน

ตั้งราคาโดยเทียบกับราคาประเมินของรัฐก่อน

ราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมธนารักษ์ไม่ใช่ราคาตลาด แต่เป็นฐานที่ทุกฝ่ายใช้อ้างอิง ทั้งคนซื้อ ธนาคาร และสำนักงานที่ดินตอนคิดค่าธรรมเนียม รอบบัญชีที่ใช้อยู่คือ พ.ศ. 2566–2569 ซึ่งราคาประเมินที่ดินทั่วประเทศปรับขึ้นเฉลี่ย 8.93% จากรอบก่อน กรมธนารักษ์ รอบนี้สิ้นสุดสิ้นปี 2569 ราคารอบใหม่จะเปลี่ยนตัวเลขนี้ ตรวจก่อนใช้อ้างอิงทุกครั้ง

เช็กราคาประเมินแปลงตัวเองได้ที่ระบบของกรมธนารักษ์ ด้วยเลขโฉนดกับเลขระวาง แล้วเขียนตัวเลขนั้นลงในประกาศตรง ๆ คนซื้อจะไปเช็กอยู่ดี การเขียนก่อนแปลว่าคุณไม่ได้ปิดอะไร

ค่าโอนที่ดินเปล่าไม่ได้ลดเหลือ 0.01%

อันนี้คือจุดที่เข้าใจผิดกันมากที่สุด และทำให้ดีลล่มถึงหน้าโต๊ะเจ้าหน้าที่ มาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนเหลือ 0.01% ครอบคลุมเฉพาะที่อยู่อาศัยพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุด ราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท กรมที่ดิน ที่ดินเปล่าไม่เข้าเกณฑ์ ค่าโอนยังเป็น 2% ของราคาประเมินตามปกติ

แปลว่าแปลงที่ราคาประเมิน 5 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมโอนคือ 100,000 บาท ไม่ใช่ 500 บาท ยังไม่รวมภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และอากรแสตมป์ 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% กรณีถือครองไม่ถึง 5 ปี เขียนให้ชัดว่าใครออกส่วนไหน คำว่า “ค่าโอนคนละครึ่ง” ตัดข้อโต้เถียงวันโอนได้เกือบหมด

คนซื้อที่ดินต้องใช้เงินสดสูงกว่าคนซื้อบ้านมาก เพราะธนาคารให้วงเงินกู้ที่ดินเปล่าน้อยกว่า และผ่อนสั้นกว่า ลองคำนวณด้วยโปรไฟล์ที่ดิน ที่ตั้งไว้ให้แล้วที่ดาวน์ 30% ผ่อน 15 ปี ดอกเบี้ย 5.5% ระบบจะบอกค่างวด รายได้ที่ต้องมี และเงินสดวันโอน แล้วเอาตัวเลขชุดนั้นไปเขียนในประกาศเลย

เอกสารสิทธิ์และภาระผูกพัน ต้องอยู่ในสามบรรทัดแรก

คำถามแรกที่คนซื้อที่ดินถามคือ “โฉนดอะไร” ไม่ใช่ “ลดได้เท่าไหร่” ประกาศที่เขียนแค่ “ที่ดินสวย ทำเลดี” แล้วปล่อยให้ถามเอง คือประกาศที่ต้องตอบคำถามเดิมวันละสิบรอบ และเสียคนซื้อที่ขี้เกียจถามไปฟรี ๆ

  • ประเภทเอกสารสิทธิ์ — น.ส.4 จ. หรือ น.ส.3 ก. หรือ น.ส.3 ระบุให้ตรง อย่าเขียนรวม ๆ ว่า “มีโฉนด” ทั้งที่จริงเป็น น.ส.3
  • เลขที่โฉนดและเลขระวาง — เขียนได้ ไม่ต้องกลัว ค้นได้ในระบบสาธารณะอยู่แล้ว และเป็นสัญญาณว่าประกาศนี้ของจริง
  • ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ตรงกับคนขายไหม — ถ้าขายแทนญาติหรือเป็นที่ดินมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง บอกตั้งแต่ต้น
  • ติดจำนองอยู่หรือไม่ — ถ้าติด บอกว่าจะไถ่ถอนวันโอน คนซื้อรับได้ แต่รับไม่ได้ถ้ามารู้ตอนวางมัดจำไปแล้ว
  • ภาระจำยอม อายัด หรือคดีความ — มีก็บอก ปิดไว้แล้วเจอทีหลัง คือมัดจำคืนพร้อมข้อพิพาท
  • ผังเมืองสีอะไร — เขียว เหลือง ส้ม ม่วง กำหนดว่าคนซื้อสร้างอะไรได้ ถ้าไม่รู้ ตรวจกับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดก่อน อย่าเดา

ถ้ายังไม่ชัดว่าเอกสารในมือคือแบบไหน อ่านความต่างของเอกสารสิทธิ์แต่ละแบบก่อนลงประกาศ เพราะ ส.ป.ก. 4-01 และ ภ.บ.ท.5 ซื้อขายโอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย ลงประกาศขายไปก็ได้แค่ความเสียเวลา

ที่ดินตาบอด ต้องเขียนไว้ ไม่ใช่ปิดไว้

ที่ดินที่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ราคาต่างจากแปลงติดถนนมาก และขอสินเชื่อยากกว่ามาก คนขายจำนวนหนึ่งจึงเลือกไม่พูดถึง แล้วให้คนซื้อไปเจอเอาเองตอนไปดูที่ นี่คือวิธีที่แน่นอนที่สุดที่จะเสียคนซื้อ และถ้าปล่อยให้รู้หลังวางมัดจำ มันคือการปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ

กฎหมายมีทางออกให้อยู่ ป.พ.พ. มาตรา 1349 วางหลักว่าที่ดินที่มีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ เจ้าของมีสิทธิผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้ โดยต้องเลือกที่และวิธีทำทางให้เสียหายแก่ที่ดินที่ล้อมน้อยที่สุด และต้องใช้ค่าทดแทนให้เจ้าของที่ดินที่ล้อม ป.พ.พ. มาตรา 1349 แต่ “มีสิทธิตามกฎหมาย” กับ “ใช้ได้จริงเดือนหน้า” เป็นคนละเรื่อง การเปิดทางจำเป็นอาจต้องเจรจายาวหรือฟ้องศาล คนซื้อจึงคิดต้นทุนส่วนนั้นลงในราคาเสมอ

  • เขียนตรง ๆ ว่า ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ แล้วค่อยอธิบายสภาพจริงต่อ
  • บอกว่าปัจจุบันเข้าออกทางไหน ผ่านที่ของใคร มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือแค่ปากเปล่า
  • ถ้ามีภาระจำยอมจดทะเบียนไว้แล้ว นี่คือจุดขาย ไม่ใช่จุดอ่อน เขียนไว้เด่น ๆ พร้อมความกว้างของทาง
  • ตั้งราคาให้สะท้อนความจริง แปลงตาบอดที่ตั้งราคาเท่าแปลงติดถนน จะอยู่ในระบบข้ามปีโดยไม่มีใครทัก

การบอกว่าที่ดินตาบอดตั้งแต่บรรทัดแรก ทำให้คนทักน้อยลง แต่ทุกคนที่ทักคือคนที่รับเรื่องนี้ได้แล้ว นั่นคือสิ่งที่คุณต้องการ

ปักหมุดให้ตรงแปลง แล้วปล่อยให้ทำเลพูดแทน

คนซื้อที่ดินดูแผนที่ก่อนดูรูปเสมอ เพราะที่ดินขายทำเล ไม่ได้ขายตัวมันเอง หมุดที่ปักผิดตำบล หรือปักกลางอำเภอเพราะกลัวคนแอบไปดูเอง ทำให้ประกาศหลุดจากผลค้นหาแบบกรองพื้นที่ ซึ่งเป็นวิธีที่คนซื้อที่ดินใช้หาของมากที่สุด ถ้ากังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว เขียนว่าขอให้ติดต่อก่อนเข้าพื้นที่ อย่าแก้ด้วยการปักหมุดผิด

เมื่อหมุดตรงแล้ว ระบบจะช่วยขายให้เอง คะแนนทำเล ให้คะแนนพิกัดใด ๆ ตั้งแต่ 0 ถึง 100 จากฐานข้อมูลสถานที่สำคัญกว่า 88,000 จุด ทั่วประเทศ แล้วบอกระยะถึงตลาด โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานีขนส่งที่ใกล้ที่สุด ตัวเลขพวกนี้ตอบคำถาม “แถวนั้นมีอะไรบ้าง” ได้ดีกว่าคำว่า “ทำเลดี” ซึ่งไม่ได้แปลว่าอะไรเลย

ในเนื้อประกาศ เขียนระยะเป็นตัวเลขจริง เช่น “ห่างถนนสายหลัก 1.2 กิโลเมตร ห่างตลาดสด 2.4 กิโลเมตร ห่างโรงพยาบาลอำเภอ 6 กิโลเมตร”

นิสัยการตอบแชทที่เปลี่ยนคนถามราคาเป็นคนนัดดูที่

ประกาศที่ดีพาคนมาถึงกล่องข้อความได้ ที่เหลือเป็นเรื่องของคุณ และตรงนี้คือจุดที่ประกาศดี ๆ ตายเยอะที่สุด

  1. ตอบภายในวันเดียวกัน — คนซื้อทักหลายประกาศพร้อมกัน คนที่ตอบวันรุ่งขึ้นมักได้คำว่า “ตกลงกับที่อื่นแล้ว”
  2. ตอบคำถามที่เขาถาม ก่อนจะเริ่มขายของ — เขาถามว่าตารางวาละเท่าไหร่ ให้ตอบเป็นตัวเลข อย่าตอบว่า “สนใจโทรมาคุยครับ” การบังคับให้โทรคือการคัดคนซื้อออกไปเอง
  3. ส่งของจริงตามไปชุดเดียว — สำเนาโฉนดที่ปิดเลขบัตรประชาชนแล้ว พิกัดแปลง รูปหมุดเขต ส่งครบรอบเดียวประหยัดเวลาสองฝั่งไปหนึ่งสัปดาห์
  4. นัดวันดูที่ตั้งแต่ข้อความที่สองหรือสาม — การขายที่ดินเกิดที่หน้างาน ไม่ได้เกิดในแชท
  5. บอกข้อเสียก่อนเขาเจอเอง — น้ำเคยท่วมปีไหน ต้องถมกี่คิว เพื่อนบ้านทำอะไร คนที่ได้ยินข้อเสียจากปากคุณ จะเชื่อข้อดีที่คุณพูดด้วย
  6. เก็บเบอร์แล้วตามกลับภายในเจ็ดวัน — คนซื้อที่ดินตัดสินใจช้ากว่าคนซื้อบ้านมาก เพราะเป็นเงินสดก้อนใหญ่ ตามกลับหนึ่งครั้งแบบไม่กดดัน ได้ผลกว่าที่คิด

และแก้ประกาศเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยน ถ้าลดราคา ให้ลดในประกาศ ไม่ใช่ลดเฉพาะในแชท คนที่เลื่อนผ่านเมื่อเดือนก่อนเพราะราคาเกินงบ จะไม่กลับมาถามซ้ำ

หมุดเขตที่ดินคอนกรีตทรงกลมมีตัวเลขสลักอยู่บนหน้าหมุด ฝังเสมอพื้นดินแห้งที่มีเศษฟาง และมีไม้ปักกำกับไว้ข้างหมุด ถ่ายในเขตปฏิรูปที่ดิน จ.ราชบุรี
หมุดเขตเป็นรูปที่ถ่ายง่ายที่สุดตอนไปดูแปลง แต่กลับเป็นรูปที่ประกาศขายที่ดินแทบไม่เคยมี ทั้งที่มันคือหลักฐานว่าคุณเดินดูแนวเขตมาแล้วจริง · ภาพ: Adirach Toumlamoon / Wikimedia Commons (CC BY 4.0) / CC BY 4.0

เช็กลิสต์ก่อนกดลงประกาศขายที่ดิน

ไล่ทีละข้อ ถ้าข้อไหนตอบไม่ได้ ให้ไปหาคำตอบก่อนแล้วค่อยลง ประกาศที่ลงทั้งที่ข้อมูลไม่ครบจะกลายเป็นประกาศเก่าภายในสองสัปดาห์ และการแก้ทีหลังไม่ดึงคนที่เลื่อนผ่านไปแล้วกลับมา

  1. รูปปกเป็นรูปหน้ากว้างติดถนน ไม่ใช่รูปทุ่งหญ้ากลางแปลง
  2. มีครบทั้งรูปตัวถนนทางเข้า รูปหลักหมุดเขตสองมุม และรูปมุมกว้างที่เห็นรูปร่างแปลง
  3. เนื้อที่เป็น ไร่-งาน-วา ตรงกับหลังโฉนด พร้อมวงเล็บตารางวารวมและตารางเมตร
  4. มีราคาต่อตารางวาเขียนไว้ชัด ๆ คู่กับราคารวม
  5. ระบุประเภทเอกสารสิทธิ์ให้ตรง และบอกว่าติดจำนองหรือไม่
  6. บอกหน้ากว้างติดถนนกี่เมตร และแปลงลึกกี่เมตร
  7. บอกสภาพทางเข้าออก ถ้าเป็นที่ดินตาบอด เขียนไว้ตรง ๆ
  8. บอกว่าไฟฟ้าและประปาเข้าถึงหรือยัง ถ้ายัง ห่างกี่เมตร
  9. บอกระดับดินเทียบถนน และเคยน้ำท่วมหรือไม่ ปีไหน
  10. ปักหมุดลงบนแปลงจริง ไม่ใช่กลางอำเภอ
  11. ระบุว่าใครออกค่าธรรมเนียมโอนส่วนไหน
  12. ใส่ช่องทางติดต่อที่คุณเปิดอ่านจริงทุกวัน

ที่ดินที่ถือไว้เฉย ๆ ระหว่างรอขาย ไม่ได้ฟรี ภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่าเริ่มที่ 0.3% ของราคาประเมิน และเพิ่มขึ้นอีกทุกสามปีถ้าปล่อยทิ้งไว้ การเขียนประกาศให้ครบตั้งแต่วันแรกจึงไม่ใช่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นเรื่องต้นทุนที่เดินอยู่ทุกวันที่ขายไม่ออก

คำถามที่พบบ่อย

ลงประกาศขายที่ดินควรใส่รูปกี่รูป

หกถึงสิบรูปพอ แต่ต้องเป็นรูปที่ตอบคำถามคนละข้อ ไม่ใช่สิบรูปที่เป็นทุ่งหญ้าเหมือนกันหมด รูปที่ขาดไม่ได้คือหน้ากว้างติดถนน ตัวถนนทางเข้า หลักหมุดเขต และมุมกว้างที่เห็นรูปร่างแปลง

ต้องบอกเลขที่โฉนดในประกาศไหม ปลอดภัยหรือเปล่า

บอกได้ และช่วยให้ประกาศน่าเชื่อถือขึ้นมาก เพราะเลขโฉนดกับเลขระวางค้นได้ในระบบสาธารณะของกรมที่ดินอยู่แล้ว สิ่งที่ไม่ควรเผยแพร่คือสำเนาโฉนดเต็มใบพร้อมชื่อและเลขบัตรประชาชน ถ้าจะส่งให้คนซื้อดู ให้ปิดเลขบัตรประชาชนก่อนทุกครั้ง

ที่ดินตาบอดควรลงประกาศเลย หรือแก้เรื่องทางเข้าออกก่อน

ลงได้ และควรลง แต่ต้องเขียนไว้ตรง ๆ พร้อมบอกว่าปัจจุบันเข้าออกทางไหน ถ้าเจรจาซื้อทางหรือจดภาระจำยอมกับที่ดินข้างเคียงได้ก่อน ราคาจะขยับขึ้นชัดเจน แต่ถ้าเจรจาไม่ได้ในเวลาอันสั้น ตั้งราคาให้สะท้อนความจริงตั้งแต่แรกขายออกเร็วกว่ารอ

ตั้งราคาสูงไว้ก่อนแล้วค่อยลด ได้ผลไหม

ไม่ค่อยได้ผลกับที่ดิน เพราะคนซื้อกรองด้วยช่วงราคาต่อตารางวาตั้งแต่ต้น ถ้าราคาคุณอยู่นอกช่วงของทำเลนั้น ประกาศจะไม่ถูกเปิดเลย และเมื่อลดทีหลัง คนกลุ่มนั้นก็ผ่านไปแล้ว

ลงประกาศแล้วเงียบเกินหนึ่งเดือน ควรทำอะไรก่อน

อย่าเพิ่งลดราคา ให้ไล่เช็กสามอย่างก่อน รูปปกเป็นรูปหน้ากว้างติดถนนหรือยัง ในประกาศมีราคาต่อตารางวาหรือยัง และหมุดปักตรงแปลงจริงหรือเปล่า สามข้อนี้แก้ได้ในครึ่งชั่วโมง ถ้ายังเงียบต่ออีกสองสัปดาห์ ค่อยกลับมาคุยเรื่องราคา

บทความนี้เรียบเรียงเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษี อัตราค่าธรรมเนียม ราคาประเมิน และมาตรการของรัฐเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี ก่อนตกลงราคาหรือรับมัดจำ ควรตรวจเอกสารและตัวเลขกับสำนักงานที่ดินในพื้นที่อีกครั้ง

อัปเดตล่าสุด 17 ส.ค. 2569